มากกว่า>>คำแนะนำโพสต์บล็อก Essence
มากกว่า>>ผู้เชี่ยวชาญยอดนิยม

ยี่สิบหน้า

สนาม: Fengxun

บทนำ:หนุ่มซิ่งเก๋งสีดำเข้าพบตำรวจ ยันไม่ได้ยิงปืนใส่สาวพนักงานศาลที่ตกใจขับหนีจนรถตกคู เผยแค่เสียงท่อไอเสีย ตำรวจยึดรถตรวจสอบผ่านมาตรฐาน มอกหรือไม่ เมื่อวันที่ 31 มกราคมนี้ นายสิริชัย หรือแบงค์ แก้วกล่อง อายุ 20 ปี ผู้ขับขี่รถยนต์เก๋งยี่ห้อนิสสัน มาร์ช สีดำ หมายเลขทะเบียน กง 7289 เพชรบุรี เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภโคกขาม จสมุทรสาคร เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์หลังมีข่าวว่าตนเองขับรถไล่ยิงรถที่วิ่งขวางทาง โดยมี พลตตมานะ อินพิทักษ์ ผบกภจวสมุทรสาคร และ พตททวีป เงินดี รอง ผกก (สอบสวน) สภโคกขาม ร่วมสอบถามเรื่องที่เกิดขึ้น เมื่อเช้าวันที่ 30 มคที่ผ่านมา นสวิไลวรรณ มูลทา เจ้าพนักงานศาลยุติธรรมชำนาญการศาลจังหวัดสมุทรสาคร ขับรถเก๋งโตโยต้า ยาริส จากบ้านพักเขตบางบอน กทม จะไปทำงาน ได้แซงรถกระบะคันหน้า เป็นเวลาเดียวกับที่รถเก๋งนิสสัน มาร์ช วิ่งมา จึงบีบแตร 2 ครั้งเพื่อขอทาง ปรากฏว่ารถนิสสันได้ขับไล่ตาม พร้อมกับมีเสียงดังคล้ายยิงปืน 3-4 ครั้ง ทำให้ นสวิไลวรรณตกใจกลัวรีบหักพวงมาลัยเพื่อเลี้ยวรถหลบเข้าปั๊มน้ำมัน แต่รถเสียหลักพุ่งลงคูข้างทางที่หน้าปั๊มน้ำมัน ปตทเอกชัย-มหาชัย ถนนเอกชัย หมู่ 4 ตโคกขาม อเมืองสมุทรสาคร โชคดีที่ไม่ได้รับบาดเจ็บ นายสิริชัยให้การว่า วันเกิดเหตุตนขับรถไปส่งแฟนยังที่ทำงาน แล้วจะกลับรถเพื่อไปทำงาน พอมาถึงจุดกลับรถแล้วก็ขับออกไป โดยไม่ได้สนใจเสียงแตรหรือเสียงใดๆ เพราะจะรีบไปทำงาน กระทั่งเย็นหลังเลิกงาน ตนเห็นข่าวในเฟซบุ๊กและคิดว่าตัวเองไม่ผิด จึงบอกพี่สาวพร้อมมาแสดงความบริสุทธิ์ โดยยินดีให้ตรวจสอบ ทั้งนี้ เสียงดังที่อีกฝ่ายเข้าใจว่าเป็นเสียงปืนมาจากเสียงท่อแต่งของรถ ยืนยันว่าไม่เคยพกปืนแต่อย่างใด พร้อมกันนี้ได้นำคลิปกล้องวงจรปิดของรถตนให้ตำรวจตรวจสอบด้วย ด้าน พตททวีปกล่าวว่า จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณที่เกิดเหตุไม่มีเหตุยิงกัน และตรวจสอบปลอกกระสุนปืนก็ไม่พบ สอบพยานระบุว่า ได้ยินเสียงคล้ายรถแต่งที่มีเสียงดังคล้ายปืน อย่างไรก็ตาม ตำรวจได้ยึดรถของนายสิริชัยเพื่อส่งไปตรวจสอบที่สำนักงานขนส่งกรณีรถมีเสียงดัง รวมทั้งส่งไปยังคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ดูว่ามาตรฐาน มอกผ่านหรือไม่ จากนั้นจึงจะรวบรวมพยานหลักฐาน หากพบความผิดก็จะเรียกผู้ขับขี่มาแจ้งข้อกล่าวหาต่อไป...

หินสีขาว Naimei

สนาม: เครือข่ายผู้บริโภครายวัน

บทนำ: พตอวัสสา เปิดเผยว่า จากสภาพสนามในวันนี้ถือว่าน่าพอใจ การวิ่งของลูกค่อนข้างเร็ว แต่จะกระดอนสูงเล็กน้อยเมื่อตกบนเส้น เชื่อว่านักกีฬาของเราน่าจะปรับตัวได้ จึงไม่น่าจะมีผลกับการแข่งขันมากนัก ส่วนสภาพอากาศในวันซ้อม มีเมฆครึ้ม ไม่แน่ใจว่าวันแข่งจริงจะมีฝนหรือไม่ ขณะที่เรื่องพละกำลังก็ไม่ต้องเป็นห่วงเพราะเราผ่านการเล่นระบบ 3 ใน 5 เซตมาตลอด ดังนั้นเมื่อเปลี่ยนมาเล่นแบบ 2 ใน 3 เซตจึงไม่ใช่ปัญหา

ทดลอง เล่น เกม roma1️⃣M98
p9n | <动态当天时间> | อ่าน(413) | แสดงความคิดเห็น(393)
วิษณุ ยัน คลัง-กรมบังคับคดี เดินหน้าอายัดทรัพย์ ยิ่งลักษณ์ ย้ำยังมีเวลา 10 ปี ทนายปูเผยตั้งแต่ กค60 โดนยึดทรัพย์สินกว่า 30 รายการ รวมบ้านนวมินทร์มูลค่า 110 ล้าน ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 31 มกราคม นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงขั้นตอนของกระทรวงการคลังในการเดินหน้าสืบทรัพย์ หลังศาลปกครองยกคำร้องคำขอทุเลาการยึดทรัพย์ นสยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในคดีโครงการรับจำนำข้าว ว่า กระทรวงการคลังสามารถเดินหน้าสืบทรัพย์ได้ เพราะคนที่เกี่ยวข้องมี 2 ส่วน คือ กระทรวงการคลัง เป็นผู้ชี้ทรัพย์ และกรมบังคับคดี ที่มีอำนาจในการยึดหรืออายัดตามที่กระทรวงการคลัง ในฐานะเจ้าหนี้ได้ชี้ทรัพย์ หากไม่สามารถนำยึดได้ เพราะหาทรัพย์ไม่เจอ มีระยะเวลา 10 ปี ตามอายุความ ระหว่างนี้เจออะไรสามารถดำเนินการได้ จนกว่าจะมีการยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอทุเลาใหม่ ซึ่งร้องได้เรื่อยๆ แต่คงต้องดูเป็นกรณีไป เพราะการร้องต่อศาลปกครองต้องดูว่าเขาร้องอะไร ถ้าร้องขอทุเลาแปลว่าสำหรับอนาคต ที่ผ่านไปแล้วถือว่าจบ เมื่อถามว่า ในคำสั่งยกคำร้องของศาลระบุว่า มีการยักย้ายถ่ายเททรัพย์ เป็นหน้าที่ของใครในการติดตามทรัพย์ นายวิษณุกล่าวว่า กระทรวงการคลังในฐานะเจ้าหนี้ต้องเป็นผู้เสาะหา แล้วให้เจ้าหน้าที่กรมบังคับคดีไปจัดการ ซึ่งเรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาหารือแล้ว เพราะหน่วยงานต่างๆ ต่างรู้หน้าที่ตัวเอง เมื่อศาลมีคำสั่งออกมาเช่นนี้ ไม่จำเป็นต้องไปบอกอะไร ที่ผ่านมาได้มีการอายัดอะไรไปพอสมควรแล้วเท่าที่ทำได้ แม้จะยังไม่มากเท่าจำนวนที่พึงยึดก็ตาม อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เป็นการอายัดเอาไว้ก่อน แต่ไม่ต่างอะไรกับการไปยึด เพราะไม่สามารถจะทำอะไรกับทรัพย์นั้น หรือยักย้ายไม่ได้แล้ว ส่วนการจะนำทรัพย์ดังกล่าวเข้าคลังได้จะต้องให้แน่ใจว่าไม่มีปัญหาอะไรอีก เช่น ไม่มีคดี หรือจบเรื่องไปแล้ว ทางด้าน นายนพดล หลาวทอง ทนายความของ นสยิ่งลักษณ์ ในคดีที่กระทรวงการคลังมีคำสั่งให้ นสยิ่งลักษณ์ ชดใช้ค่าเสียหายในโครงการรับจำนำข้าว ในฐานะที่เป็นนายกรัฐมนตรีและประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช) จำนวน 35 หมื่นล้านบาทเศษ ว่า กรมบังคับคดีได้มีการแจ้งยึดอายัดทรัพย์ไปแล้วตั้งแต่เดือน กค2560 จนถึงปัจจุบันรวม 37 รายการ อาทิ บ้านที่นวมินทร์ รวมถึงที่ดินทั้งใน กทมและต่างจังหวัด คอนโด และบัญชีเงินฝาก การยึดทรัพย์สินของ นสยิ่งลักษณ์ กรมบังคับคดียึดไปหมดแล้ว เป็นการดำเนินการล่วงหน้าโดยอาศัยคำสั่ง คสชตามมาตรา 44 ที่ให้คุ้มครองเจ้าหน้าที่ ซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยมีการดำเนินการลักษณะนี้ เหมือนการลงโทษก่อนมีคำพิพากษา ขณะนี้ต้องรอคำพิพากษาของศาลต่อไป ถ้ามีการเพิกถอนภายหลังก็สามารถเยียวยาได้ ซึ่งจะเกิดความยุ่งยาก ชื่อเสียงที่เสียหายไปก็ชดเชยไม่ได้ นายนพดลระบุ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามข้อมูลแสดงรายการบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของ นสยิ่งลักษณ์ ที่แจ้งต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พบว่า บ้านพักอาศัย 2 ชั้น ซึ่งตั้งอยู่เลขที่ 38/9 ซอยนวมินทร์ 111 แขวงนวมินทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ พร้อมสนามฟุตบอล ซึ่งอยู่ในลำดับที่ 5 ของโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง มีมูลค่าปัจจุบันที่ 110 ล้านบาท โดยก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 29 มคที่ผ่านมา ศาลปกครองกลางมีคำสั่งยกคำขอทุเลาการบังคับตามคำสั่งทางปกครองของ นสยิ่งลักษณ์ เกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษา (ครั้งที่ 2) ในคดีหมายเลขดำที่ 1996/2559 ระหว่าง นสยิ่งลักษณ์ ผู้ฟ้องคดี กับ พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ที่ 1 กับพวกรวม 4 คน ผู้ถูกฟ้องคดี เรื่องคดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย สำหรับการอายัดทรัพย์สินของ นสยิ่งลักษณ์ โดยกรมบังคับคดีนั้นประกอบด้วย 1อายัดบัญชีเงินฝาก 16 บัญชี และ 2อายัดเงินส่วนแบ่งทรัพย์สินในคดีล้มละลายของศาลล้มละลายกลาง คดีหมายเลขดำที่ ล13430/2552 และยึดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง 37 รายการ ประกอบด้วย ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง 4 รายการ คือ 1บ้านพักอาศัย 2 ชั้น และที่ดินโฉนดเลขที่ 57310 เขตบางขุนเทียน 2บ้านพักอาศัย 2 ชั้น และที่ดินโฉนดเลขที่ 57430 เขตบางขุนเทียน 3ที่ดินโฉนดเลขที่ 16505 เขตบึงกุ่ม (สนามฟุตบอล) 4บ้านพักอาศัย 2 ชั้น และที่ดินโฉนดเลขที่ 70389 เขตบึงกุ่ม ส่วนที่ดินว่างเปล่า 3 รายการ คือ 1ที่ดินโฉนดเลขที่ 25401 เขตบึงกุ่ม 2ที่ดินโฉนดเลขที่ 10005 อบางบ่อ จสมุทรปราการ 3ที่ดินโฉนดเลขที่ 7480 กิ่ง อบางเสาธง จสมุทรปราการ และห้องชุด 30 รายการ ได้แก่ 1ห้องชุดเซ็น ทริค ซีน สุขุมวิท 64 เขตบางนา 2 ห้อง และ 2ห้องชุดยูคอมเพล็กซ์ คอนโดมิเนียม กิ่ง อบางเสาธง จสมุทรปราการ จำนวน 28 ห้อง【อ่านข้อความเต็ม】
0na | <动态当天时间> | อ่าน(537) | แสดงความคิดเห็น(896)
ว่าด้วยผิวสวยใสปิ๊งแล้ว ต้องยกให้กับยุทธศาสตร์การตลาดขายเครื่องสำอางของแดนกิมจิ ซึ่งสามารถกวาดเงินในกระเป๋าจากสาวทั่วโลก โดยเฉพาะวัยรุ่นบ้านเรานี่แหละ ที่ใฝ่ฝันมากมายอยากจะมีผิวหน้าสไตล์ K-Beauty 【อ่านข้อความเต็ม】
0ml | <动态当天时间> | อ่าน(638) | แสดงความคิดเห็น(843)
รตทเจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่าการส่งออกข้าวของไทยในปี 2561 นั้น คาดในช่วงครึ่งปีแรกการส่งออกข้าวยังมีแนวโน้มที่ดีต่อเนื่องจากปลายปีที่ผ่านมา ซึ่งมีปัจจัยจากตลาดที่สำคัญในภูมิภาคแอฟริกา และเอชียยังคงมีความต้องการนำเข้าอย่างต่อเนื่อง ส่วนในครึ่งปีหลังคาดว่าการส่งออกข้าวอาจจะเผชิญอุปสรรค ทั้งจากปัจจัยภายในและภายนอกคาดปริมาณการส่งออกข้าวของไทย อยู่ที่ 95 ล้านตัน หรือมีมูลค่าประมาณ 4,300 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็น 137,000 ล้านบาท【อ่านข้อความเต็ม】
bpw | <动态当天时间> | อ่าน(883) | แสดงความคิดเห็น(958)
ศาลปกครองสูงสุดสั่ง สตชชดใช้ม็อบพันธมิตรฯ รายละ 7 พันถึง 4 ล้านบาท จากเหตุสลายชุมนุม 7 ตค51 ชี้ปฏิบัติหน้าที่บกพร่อง ใช้แก๊สน้ำตาคุณภาพต่ำยิงไม่ถูกวิธี พร้อมยกฟ้องสำนักนายกฯ ตรจ่อตั้งคณะทำงานปฏิบัติตามคำพิพากษา ประทิน เตรียมยื่นศาล รธน วินิจฉัย พธม-กปปส ชุมนุมชอบด้วยรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 31 มกราคม ศาลปกครองกลางได้อ่านคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด คดีหมายเลขดำที่ อ 280/2556 หมายเลขแดงที่ อ1442/2560 ในคดีที่นายชิงชัย อุดมเจริญกิจ กับพวกรวม 250 คน ผู้ฟ้องคดี และนายกร เอี่ยมอิทธิพล กับพวกรวม 11 คน ผู้ร้องสอด ฟ้องสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช) เป็นผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 กรณีสลายการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย บริเวณหน้ารัฐสภา เมื่อวันที่ 7 ตค2551 ทำให้ผู้ชุมนุมได้รับความเสียหายแก่ชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สิน โดยคดีนี้ศาลปกครองกลางวินิจฉัยว่า การกระทำของเจ้าหน้าที่ของผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองเป็นการกระทำเกินกว่าเหตุ อันเป็นการกระทำละเมิดแก่ผู้ฟ้องคดีและผู้ร้องสอด และมีคำพิพากษาให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้ฟ้องคดีและผู้ร้องสอด จำนวน 254 ราย โดยศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงปรากฏว่าการกระทำของผู้ชุมนุมเป็นการกระทำเพื่อขัดขวางไม่ให้นายกรัฐมนตรีนำคณะรัฐมนตรีเข้าแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ไม่ใช่การก่ออาชญากรรมโดยแท้ จึงไม่อาจปฏิบัติต่อผู้ชุมนุมทั้งหมดด้วยวิธีการเดียวกับการจับกุมผู้กระทำความผิดอาญาได้ แต่หากการชุมนุมเป็นไปโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ทำให้ผู้อื่นเกิดความเกรงกลัว สตชและสำนักนายกรัฐมนตรี ย่อมมีอำนาจหน้าที่ระงับยับยั้งได้ โดยต้องปฏิบัติต่อผู้ชุมนุมตามกฎหมายระเบียบ และขั้นตอนวิธีการที่เหมาะสม ไม่ว่าการชุมนุมจะเป็นไปโดยชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ อีกทั้งหลังเกิดเหตุ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้มอบหมายให้คณะอนุกรรมการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน 1 ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งรับฟังได้เป็นที่ยุติตามที่คู่กรณีทั้งสองฝ่ายไม่โต้เถียงกันว่า ก่อนการใช้แก๊สน้ำตาเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้ใช้รถดับเพลิงฉีดน้ำตามขั้นตอนที่กำหนดไว้แต่อย่างใด และยังมีการให้ถ้อยคำของกลุ่มเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีความชำนาญเฉพาะด้านมายืนยันในความไม่เหมาะสมในวิธีการสลายการชุมนุมและการใช้แก๊สน้ำตาอีกด้วย พยานหลักฐานดังกล่าวจึงมีน้ำหนักมั่นคงให้รับฟังได้ว่า การปฏิบัติหน้าที่ของ สตชมีข้อบกพร่องในขั้นตอนการเตรียมการหารถดับเพลิงมาใช้ในการสลายการชุมนุม และมีข้อบกพร่องในวิธีการยิงแก๊สน้ำตาโดยยิงในแนวตรงขนานกับพื้น ซึ่งไม่เป็นไปตามวิธีการที่ถูกต้องที่ต้องยิงเป็นวิถีโค้ง ประกอบกับแก๊สน้ำตาที่นำมาใช้เป็นแก๊สน้ำตาที่ซื้อมาเป็นเวลานาน จึงมีประสิทธิภาพต่ำ จึงต้องใช้แก๊สน้ำตาจำนวนมากเกินกว่าที่จะใช้โดยปกติทั่วไป ทำให้เกิดความปั่นป่วนชุลมุน เกิดความเสียหายต่อผู้ชุมนุมมากเกินกว่าผลตามปกติที่เกิดจากการใช้แก๊สน้ำตาที่มีประสิทธิภาพดีและยิงโดยวิธีการที่ถูกต้อง และยังส่งผลเสียหายไปถึงการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ที่มาช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บชี้ สตชละเมิดผู้ชุมนุม ซึ่งไม่ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ปฏิบัติจะรู้ถึงข้อบกพร่องของขั้นตอนในการเตรียมการหารถดับเพลิงมาใช้กับผู้ชุมนุมก่อนการใช้แก๊สน้ำตาและข้อบกพร่องในประสิทธิภาพของแก๊สน้ำตาที่ทำให้ต้องยิงแก๊สน้ำตาเป็นจำนวนมากหรือไม่ก็ตาม แต่เมื่อบกพร่องดังกล่าวส่งผลให้เกิดความเสียหายแก่ชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของนายชิงชัยกับพวก แต่ละรายจึงเป็นการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหายแก่ชีวิต ร่างกาย สิทธิและเสรีภาพ จึงเป็นการกระทำละเมิดตามมาตรา 420 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ สตชจึงต้องรับผิดต่อผู้ได้รับความเสียหาย ส่วนสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ศาลปกครองสูงสุดเห็นว่า แม้นายกรัฐมนตรีจะเป็นหัวหน้ารัฐบาล มีอำนาจหน้าที่บังคับบัญชาข้าราชการฝ่ายบริหารทุกตำแหน่ง และการกระทำละเมิดดังกล่าวจะเป็นผลสืบเนื่องมาจากมติคณะรัฐมนตรีที่ให้มีการจัดประชุมแถลงนโยบายที่รัฐสภา แต่มติดังกล่าวเป็นไปตามปกติ เพื่อให้การแถลงนโยบายของรัฐบาลดำเนินการไปได้เท่านั้น หน่วยงานที่มีหน้าที่ที่เกี่ยวข้องคือ สตช สมควรติดตามสถานการณ์และเตรียมการเพื่อป้องกันแก้ไขปัญหา นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีจึงไม่ได้กำหนดขั้นตอนและวิธีการในการสลายการชุมนุมแต่อย่างใด แต่อยู่ภายใต้อำนาจหน้าที่ของ สตช อีกทั้งเมื่อเริ่มประชุมแล้วเกิดความเสียหาย ย่อมเป็นอำนาจประธานรัฐสภาที่จะสั่งปิดการประชุมเพื่อยุติเหตุการณ์ ดังนั้น นายกฯ และสำนักนายกรัฐมนตรีจึงไม่ได้กระทำละเมิด ในส่วนของค่าเสียหายนั้น ศาลปกครองสูงสุดเห็นว่า กรณีสืบเนื่องจากการชุมนุมบางส่วนมีลักษณะทำให้ผู้อื่นเกรงกลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพและทรัพย์สิน ซึ่งเป็นหน้าที่ของ สตช ผู้ถูกฟ้องร้องคดีที่ 1 ที่ต้องระงับยับยั้งการกระทำดังกล่าว เมื่อพิจารณาพฤติการณ์และความร้ายแรงแห่งการกระทำละเมิดแล้ว เห็นว่าค่าเสียหายที่ศาลปกครองชั้นต้นกำหนดตั้งแต่ 8 พันบาทเศษถึง 5 ล้านบาทเศษ สูงเกินส่วน สมควรลดค่าเสียหายลงร้อยละ 20 จึงมีคำพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลปกครองชั้นต้น เป็นให้ สตชชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่นายชิงชัยกับพวกแต่ละรายจำนวนตั้งแต่ 7,120 ถึง 4,152,77184 บาท พร้อมดอกเบี้ย และยกฟ้องสำนักนายกรัฐมนตรี ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลปกครองชั้นต้น ศาลปกครองสูงสุดระบุ ด้านนายตี๋ แซ่เตียว หนึ่งในผู้ฟ้องคดี กล่าวว่า พอใจมากที่ศาลให้ความยุติธรรม เพราะที่ผ่านมาชีวิตการครองตัวลำบากมาก ไม่สามารถประกอบอาชีพอะไรได้ เนื่องจากยังมีการอาการเจ็บป่วยทางร่างกาย ซึ่งเป็นผลกระทบจากการสลายการชุมนุม ทำให้ภรรยาต้องประกอบอาชีพเลี้ยงครอบครัวเพียงคนเดียว อย่างไรก็ตาม จากเหตุการณ์ดังกล่าว ไม่ได้ทำให้รู้สึกกลัวและไม่กล้าที่จะไปชุมนุมทางการเมืองอีก หากอนาคตการบริหารบ้านเมืองเป็นไปโดยไม่ถูกต้อง จะออกมาต่อสู้อีก ส่วนนายชิงชัยกล่าวยอมรับคำพิพากษาว่า แม้ว่าค่าสินไหมที่ได้รับเทียบไม่ได้กับสิ่งที่สูญเสียไป ทุกวันสภาพร่างกายยังไม่ปกติ ต้องไปพบแพทย์ตรวจติดตามเป็นระยะ และไม่ได้รู้สึกกลัวกับการชุมนุม หากเห็นว่ามีการบริหารบ้านเมืองที่ไม่ถูกต้องจะไปร่วมเคลื่อนไหวอีก นายบุญธานี กิตติสินโยธิน ทนายความ กล่าวว่า หลังจากนี้ ทาง สตชต้องชดใช้ให้กับผู้เสียหายตามคำพิพากษาภายใน 60 วัน ส่วนกรณีที่ศาลยกฟ้องในส่วนของสำนักนายกรัฐมนตรีผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ทางผู้เสียหายคงต้องยอมรับ เพราะเป็นคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดแล้วตั้งคณะทำงานชดใช้ ขณะที่ พลตอวิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบตร) ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ขณะนี้ต้องรอคำพากษาอย่างเป็นทางการจากศาล เพราะยังไม่ทราบรายละเอียดของคำพิพากษาว่าให้ดำเนินอย่างไรบ้าง ยืนยันว่า สตช เคารพในคำพิพากษาและพร้อมปฏิบัติตามคำสั่งศาลโดยทันทีที่ได้รับคำพิพากษาจากศาล จะมีการตั้งคณะทำงานขึ้นมาพิจารณาปฏิบัติตามขั้นตอนตามคำพิพากษา หลังจากนี้จะมีการหารือกับผู้บังคับบัญชาอีกครั้งว่าจะต้องคณะทำงานกี่ชุด ประกอบด้วยชุดใดบ้าง โดยจะมีการประชุมหารือกันว่าปฏิบัติอย่างไร ใช้งบประมาณส่วนไหนมาใช้ สำหรับการไล่เบี้ยกับผู้ที่สั่งการและผู้ปฏิบัติตาม พรบความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พศ2539 ต้องไปดูในรายละเอียดว่าการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่นั้นเป็นการปฏิบัติตามหน้าที่อย่างสมเหตุสมผลอย่างเหมาะสมมากน้อยเพียงใดหรือไม่ ต้องดูพฤติเหตุและพฤติการณ์ รวมทั้งลักษณะของการกระทำ อย่างไรก็ตาม เท่าที่ทราบทุกท่านก็ปฏิบัติตามหน้าที่ ตั้งใจที่จะปฏิบัติเพื่อป้องกันไม่เกิดความเสียหายกับบ้านเมือง ส่วนจะไปกระทบหรือละเมิด รวมทั้งรอนสิทธิใคร ซึ่งจะต้องมีการสืบสวนสอบสวนเพื่อหารายละเอียดที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการตามระเบียบของ สตช พลตอวิระชัยกล่าว ที่ศาลรัฐธรรมนูญ กลุ่มยุติธรรมภิวัฒน์ นำโดยพลตอประทิน สันติประภพ อดีตอธิบดีกรมตำรวจ, นายประยงค์ ชัยศรี, นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์, นายชัยวัฒน์ สินสุวงศ์, พลรอชัย สุวรรณภพ, พลอปรีชา เอี่ยมสุวรรณ ซึ่งได้เดินทางมาเพื่อจะยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อขอให้วินิจฉัยว่าการต่อสู้ภาคประชาชนที่ผ่านมา ทั้งพันธมิตรฯ องค์การพิทักษ์สยาม และ กปปส ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ แต่ปรากฏว่าเอกสารยังไม่ครบ จึงจะมายื่นอีกครั้งในวันจันทร์ที่ 5 กพนี้ โดยนายประยงค์เปิดเผยว่า ทางกลุ่มต้องการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการออกมาต่อสู้เรียกร้องของภาคประชาชนนั้น กระทำภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือตำรวจและอัยการยังกระทำต่อผู้ที่ชุมนุมอย่างไม่หยุดหย่อน โดยเฉพาะกลุ่มพันธมิตรฯ ที่ขณะนี้อัยการได้ฟ้องร้อง และ กปปสเพิ่ม ทั้งที่ประชาชนต่อสู้เรียกร้องทำเพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติ และรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยแล้วว่าสิ่งที่ผู้ชุมนุมได้กระทำไปนั้น ทำไปในขอบเขตและภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญ แต่ยังถูกดำเนินคดี แสดงว่าองค์กรอื่นไม่ยอมผูกพันคำสั่งของรัฐธรรมนูญ ทั้งที่กฎหมายรัฐธรรมนูญบัญญัติเอาไว้อย่างชัดแจ้งในรัฐธรรมนูญปี 2550 มาตรา 27 และมาตรา 216 วรรคห้า ซึ่งคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญย่อมผูกพันรัฐ ผูกพันศาล ฉะนั้นตนในนามกลุ่มยุติธรรมภิวัฒน์ จึงมีความประสงค์ให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยรองรับอีกครั้งหนึ่งถึงการต่อสู้ภาคประชาชน ว่าได้กระทำการภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญคุ้มครองไว้อีกครั้ง เมื่อถามว่า จุดประสงค์ที่มาเพื่อให้เป็นผลในคดีอื่นใช่หรือไม่ นายประยงค์กล่าวว่า ใช่ รวมไปถึงคดีที่ยังไม่ดำเนินการ ที่กำลังจะถูกฟ้อง ฉะนั้นการที่อัยการยังนำคดีไปฟ้องต่อศาล แสดงว่าไม่ยอมผูกพันตามรัฐธรรมนูญ เท่ากับเป็นการละเมิดต่อศาลและประชาชน【อ่านข้อความเต็ม】
epo | <动态当天时间> | อ่าน(352) | แสดงความคิดเห็น(739)
ว่าด้วยผิวสวยใสปิ๊งแล้ว ต้องยกให้กับยุทธศาสตร์การตลาดขายเครื่องสำอางของแดนกิมจิ ซึ่งสามารถกวาดเงินในกระเป๋าจากสาวทั่วโลก โดยเฉพาะวัยรุ่นบ้านเรานี่แหละ ที่ใฝ่ฝันมากมายอยากจะมีผิวหน้าสไตล์ K-Beauty 【อ่านข้อความเต็ม】
zzu | 2021-07-25 | อ่าน(299) | แสดงความคิดเห็น(616)
หนุ่มซิ่งเก๋งสีดำเข้าพบตำรวจ ยันไม่ได้ยิงปืนใส่สาวพนักงานศาลที่ตกใจขับหนีจนรถตกคู เผยแค่เสียงท่อไอเสีย ตำรวจยึดรถตรวจสอบผ่านมาตรฐาน มอกหรือไม่ เมื่อวันที่ 31 มกราคมนี้ นายสิริชัย หรือแบงค์ แก้วกล่อง อายุ 20 ปี ผู้ขับขี่รถยนต์เก๋งยี่ห้อนิสสัน มาร์ช สีดำ หมายเลขทะเบียน กง 7289 เพชรบุรี เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภโคกขาม จสมุทรสาคร เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์หลังมีข่าวว่าตนเองขับรถไล่ยิงรถที่วิ่งขวางทาง โดยมี พลตตมานะ อินพิทักษ์ ผบกภจวสมุทรสาคร และ พตททวีป เงินดี รอง ผกก (สอบสวน) สภโคกขาม ร่วมสอบถามเรื่องที่เกิดขึ้น เมื่อเช้าวันที่ 30 มคที่ผ่านมา นสวิไลวรรณ มูลทา เจ้าพนักงานศาลยุติธรรมชำนาญการศาลจังหวัดสมุทรสาคร ขับรถเก๋งโตโยต้า ยาริส จากบ้านพักเขตบางบอน กทม จะไปทำงาน ได้แซงรถกระบะคันหน้า เป็นเวลาเดียวกับที่รถเก๋งนิสสัน มาร์ช วิ่งมา จึงบีบแตร 2 ครั้งเพื่อขอทาง ปรากฏว่ารถนิสสันได้ขับไล่ตาม พร้อมกับมีเสียงดังคล้ายยิงปืน 3-4 ครั้ง ทำให้ นสวิไลวรรณตกใจกลัวรีบหักพวงมาลัยเพื่อเลี้ยวรถหลบเข้าปั๊มน้ำมัน แต่รถเสียหลักพุ่งลงคูข้างทางที่หน้าปั๊มน้ำมัน ปตทเอกชัย-มหาชัย ถนนเอกชัย หมู่ 4 ตโคกขาม อเมืองสมุทรสาคร โชคดีที่ไม่ได้รับบาดเจ็บ นายสิริชัยให้การว่า วันเกิดเหตุตนขับรถไปส่งแฟนยังที่ทำงาน แล้วจะกลับรถเพื่อไปทำงาน พอมาถึงจุดกลับรถแล้วก็ขับออกไป โดยไม่ได้สนใจเสียงแตรหรือเสียงใดๆ เพราะจะรีบไปทำงาน กระทั่งเย็นหลังเลิกงาน ตนเห็นข่าวในเฟซบุ๊กและคิดว่าตัวเองไม่ผิด จึงบอกพี่สาวพร้อมมาแสดงความบริสุทธิ์ โดยยินดีให้ตรวจสอบ ทั้งนี้ เสียงดังที่อีกฝ่ายเข้าใจว่าเป็นเสียงปืนมาจากเสียงท่อแต่งของรถ ยืนยันว่าไม่เคยพกปืนแต่อย่างใด พร้อมกันนี้ได้นำคลิปกล้องวงจรปิดของรถตนให้ตำรวจตรวจสอบด้วย ด้าน พตททวีปกล่าวว่า จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณที่เกิดเหตุไม่มีเหตุยิงกัน และตรวจสอบปลอกกระสุนปืนก็ไม่พบ สอบพยานระบุว่า ได้ยินเสียงคล้ายรถแต่งที่มีเสียงดังคล้ายปืน อย่างไรก็ตาม ตำรวจได้ยึดรถของนายสิริชัยเพื่อส่งไปตรวจสอบที่สำนักงานขนส่งกรณีรถมีเสียงดัง รวมทั้งส่งไปยังคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ดูว่ามาตรฐาน มอกผ่านหรือไม่ จากนั้นจึงจะรวบรวมพยานหลักฐาน หากพบความผิดก็จะเรียกผู้ขับขี่มาแจ้งข้อกล่าวหาต่อไป【อ่านข้อความเต็ม】
fq9 | 2021-07-25 | อ่าน(308) | แสดงความคิดเห็น(984)
ศาลปกครองสูงสุดสั่ง สตชชดใช้ม็อบพันธมิตรฯ รายละ 7 พันถึง 4 ล้านบาท จากเหตุสลายชุมนุม 7 ตค51 ชี้ปฏิบัติหน้าที่บกพร่อง ใช้แก๊สน้ำตาคุณภาพต่ำยิงไม่ถูกวิธี พร้อมยกฟ้องสำนักนายกฯ ตรจ่อตั้งคณะทำงานปฏิบัติตามคำพิพากษา ประทิน เตรียมยื่นศาล รธน วินิจฉัย พธม-กปปส ชุมนุมชอบด้วยรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 31 มกราคม ศาลปกครองกลางได้อ่านคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด คดีหมายเลขดำที่ อ 280/2556 หมายเลขแดงที่ อ1442/2560 ในคดีที่นายชิงชัย อุดมเจริญกิจ กับพวกรวม 250 คน ผู้ฟ้องคดี และนายกร เอี่ยมอิทธิพล กับพวกรวม 11 คน ผู้ร้องสอด ฟ้องสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช) เป็นผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 กรณีสลายการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย บริเวณหน้ารัฐสภา เมื่อวันที่ 7 ตค2551 ทำให้ผู้ชุมนุมได้รับความเสียหายแก่ชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สิน โดยคดีนี้ศาลปกครองกลางวินิจฉัยว่า การกระทำของเจ้าหน้าที่ของผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองเป็นการกระทำเกินกว่าเหตุ อันเป็นการกระทำละเมิดแก่ผู้ฟ้องคดีและผู้ร้องสอด และมีคำพิพากษาให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้ฟ้องคดีและผู้ร้องสอด จำนวน 254 ราย โดยศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงปรากฏว่าการกระทำของผู้ชุมนุมเป็นการกระทำเพื่อขัดขวางไม่ให้นายกรัฐมนตรีนำคณะรัฐมนตรีเข้าแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ไม่ใช่การก่ออาชญากรรมโดยแท้ จึงไม่อาจปฏิบัติต่อผู้ชุมนุมทั้งหมดด้วยวิธีการเดียวกับการจับกุมผู้กระทำความผิดอาญาได้ แต่หากการชุมนุมเป็นไปโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ทำให้ผู้อื่นเกิดความเกรงกลัว สตชและสำนักนายกรัฐมนตรี ย่อมมีอำนาจหน้าที่ระงับยับยั้งได้ โดยต้องปฏิบัติต่อผู้ชุมนุมตามกฎหมายระเบียบ และขั้นตอนวิธีการที่เหมาะสม ไม่ว่าการชุมนุมจะเป็นไปโดยชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ อีกทั้งหลังเกิดเหตุ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้มอบหมายให้คณะอนุกรรมการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน 1 ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งรับฟังได้เป็นที่ยุติตามที่คู่กรณีทั้งสองฝ่ายไม่โต้เถียงกันว่า ก่อนการใช้แก๊สน้ำตาเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้ใช้รถดับเพลิงฉีดน้ำตามขั้นตอนที่กำหนดไว้แต่อย่างใด และยังมีการให้ถ้อยคำของกลุ่มเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีความชำนาญเฉพาะด้านมายืนยันในความไม่เหมาะสมในวิธีการสลายการชุมนุมและการใช้แก๊สน้ำตาอีกด้วย พยานหลักฐานดังกล่าวจึงมีน้ำหนักมั่นคงให้รับฟังได้ว่า การปฏิบัติหน้าที่ของ สตชมีข้อบกพร่องในขั้นตอนการเตรียมการหารถดับเพลิงมาใช้ในการสลายการชุมนุม และมีข้อบกพร่องในวิธีการยิงแก๊สน้ำตาโดยยิงในแนวตรงขนานกับพื้น ซึ่งไม่เป็นไปตามวิธีการที่ถูกต้องที่ต้องยิงเป็นวิถีโค้ง ประกอบกับแก๊สน้ำตาที่นำมาใช้เป็นแก๊สน้ำตาที่ซื้อมาเป็นเวลานาน จึงมีประสิทธิภาพต่ำ จึงต้องใช้แก๊สน้ำตาจำนวนมากเกินกว่าที่จะใช้โดยปกติทั่วไป ทำให้เกิดความปั่นป่วนชุลมุน เกิดความเสียหายต่อผู้ชุมนุมมากเกินกว่าผลตามปกติที่เกิดจากการใช้แก๊สน้ำตาที่มีประสิทธิภาพดีและยิงโดยวิธีการที่ถูกต้อง และยังส่งผลเสียหายไปถึงการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ที่มาช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บชี้ สตชละเมิดผู้ชุมนุม ซึ่งไม่ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ปฏิบัติจะรู้ถึงข้อบกพร่องของขั้นตอนในการเตรียมการหารถดับเพลิงมาใช้กับผู้ชุมนุมก่อนการใช้แก๊สน้ำตาและข้อบกพร่องในประสิทธิภาพของแก๊สน้ำตาที่ทำให้ต้องยิงแก๊สน้ำตาเป็นจำนวนมากหรือไม่ก็ตาม แต่เมื่อบกพร่องดังกล่าวส่งผลให้เกิดความเสียหายแก่ชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของนายชิงชัยกับพวก แต่ละรายจึงเป็นการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหายแก่ชีวิต ร่างกาย สิทธิและเสรีภาพ จึงเป็นการกระทำละเมิดตามมาตรา 420 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ สตชจึงต้องรับผิดต่อผู้ได้รับความเสียหาย ส่วนสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ศาลปกครองสูงสุดเห็นว่า แม้นายกรัฐมนตรีจะเป็นหัวหน้ารัฐบาล มีอำนาจหน้าที่บังคับบัญชาข้าราชการฝ่ายบริหารทุกตำแหน่ง และการกระทำละเมิดดังกล่าวจะเป็นผลสืบเนื่องมาจากมติคณะรัฐมนตรีที่ให้มีการจัดประชุมแถลงนโยบายที่รัฐสภา แต่มติดังกล่าวเป็นไปตามปกติ เพื่อให้การแถลงนโยบายของรัฐบาลดำเนินการไปได้เท่านั้น หน่วยงานที่มีหน้าที่ที่เกี่ยวข้องคือ สตช สมควรติดตามสถานการณ์และเตรียมการเพื่อป้องกันแก้ไขปัญหา นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีจึงไม่ได้กำหนดขั้นตอนและวิธีการในการสลายการชุมนุมแต่อย่างใด แต่อยู่ภายใต้อำนาจหน้าที่ของ สตช อีกทั้งเมื่อเริ่มประชุมแล้วเกิดความเสียหาย ย่อมเป็นอำนาจประธานรัฐสภาที่จะสั่งปิดการประชุมเพื่อยุติเหตุการณ์ ดังนั้น นายกฯ และสำนักนายกรัฐมนตรีจึงไม่ได้กระทำละเมิด ในส่วนของค่าเสียหายนั้น ศาลปกครองสูงสุดเห็นว่า กรณีสืบเนื่องจากการชุมนุมบางส่วนมีลักษณะทำให้ผู้อื่นเกรงกลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพและทรัพย์สิน ซึ่งเป็นหน้าที่ของ สตช ผู้ถูกฟ้องร้องคดีที่ 1 ที่ต้องระงับยับยั้งการกระทำดังกล่าว เมื่อพิจารณาพฤติการณ์และความร้ายแรงแห่งการกระทำละเมิดแล้ว เห็นว่าค่าเสียหายที่ศาลปกครองชั้นต้นกำหนดตั้งแต่ 8 พันบาทเศษถึง 5 ล้านบาทเศษ สูงเกินส่วน สมควรลดค่าเสียหายลงร้อยละ 20 จึงมีคำพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลปกครองชั้นต้น เป็นให้ สตชชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่นายชิงชัยกับพวกแต่ละรายจำนวนตั้งแต่ 7,120 ถึง 4,152,77184 บาท พร้อมดอกเบี้ย และยกฟ้องสำนักนายกรัฐมนตรี ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลปกครองชั้นต้น ศาลปกครองสูงสุดระบุ ด้านนายตี๋ แซ่เตียว หนึ่งในผู้ฟ้องคดี กล่าวว่า พอใจมากที่ศาลให้ความยุติธรรม เพราะที่ผ่านมาชีวิตการครองตัวลำบากมาก ไม่สามารถประกอบอาชีพอะไรได้ เนื่องจากยังมีการอาการเจ็บป่วยทางร่างกาย ซึ่งเป็นผลกระทบจากการสลายการชุมนุม ทำให้ภรรยาต้องประกอบอาชีพเลี้ยงครอบครัวเพียงคนเดียว อย่างไรก็ตาม จากเหตุการณ์ดังกล่าว ไม่ได้ทำให้รู้สึกกลัวและไม่กล้าที่จะไปชุมนุมทางการเมืองอีก หากอนาคตการบริหารบ้านเมืองเป็นไปโดยไม่ถูกต้อง จะออกมาต่อสู้อีก ส่วนนายชิงชัยกล่าวยอมรับคำพิพากษาว่า แม้ว่าค่าสินไหมที่ได้รับเทียบไม่ได้กับสิ่งที่สูญเสียไป ทุกวันสภาพร่างกายยังไม่ปกติ ต้องไปพบแพทย์ตรวจติดตามเป็นระยะ และไม่ได้รู้สึกกลัวกับการชุมนุม หากเห็นว่ามีการบริหารบ้านเมืองที่ไม่ถูกต้องจะไปร่วมเคลื่อนไหวอีก นายบุญธานี กิตติสินโยธิน ทนายความ กล่าวว่า หลังจากนี้ ทาง สตชต้องชดใช้ให้กับผู้เสียหายตามคำพิพากษาภายใน 60 วัน ส่วนกรณีที่ศาลยกฟ้องในส่วนของสำนักนายกรัฐมนตรีผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ทางผู้เสียหายคงต้องยอมรับ เพราะเป็นคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดแล้วตั้งคณะทำงานชดใช้ ขณะที่ พลตอวิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบตร) ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ขณะนี้ต้องรอคำพากษาอย่างเป็นทางการจากศาล เพราะยังไม่ทราบรายละเอียดของคำพิพากษาว่าให้ดำเนินอย่างไรบ้าง ยืนยันว่า สตช เคารพในคำพิพากษาและพร้อมปฏิบัติตามคำสั่งศาลโดยทันทีที่ได้รับคำพิพากษาจากศาล จะมีการตั้งคณะทำงานขึ้นมาพิจารณาปฏิบัติตามขั้นตอนตามคำพิพากษา หลังจากนี้จะมีการหารือกับผู้บังคับบัญชาอีกครั้งว่าจะต้องคณะทำงานกี่ชุด ประกอบด้วยชุดใดบ้าง โดยจะมีการประชุมหารือกันว่าปฏิบัติอย่างไร ใช้งบประมาณส่วนไหนมาใช้ สำหรับการไล่เบี้ยกับผู้ที่สั่งการและผู้ปฏิบัติตาม พรบความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พศ2539 ต้องไปดูในรายละเอียดว่าการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่นั้นเป็นการปฏิบัติตามหน้าที่อย่างสมเหตุสมผลอย่างเหมาะสมมากน้อยเพียงใดหรือไม่ ต้องดูพฤติเหตุและพฤติการณ์ รวมทั้งลักษณะของการกระทำ อย่างไรก็ตาม เท่าที่ทราบทุกท่านก็ปฏิบัติตามหน้าที่ ตั้งใจที่จะปฏิบัติเพื่อป้องกันไม่เกิดความเสียหายกับบ้านเมือง ส่วนจะไปกระทบหรือละเมิด รวมทั้งรอนสิทธิใคร ซึ่งจะต้องมีการสืบสวนสอบสวนเพื่อหารายละเอียดที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการตามระเบียบของ สตช พลตอวิระชัยกล่าว ที่ศาลรัฐธรรมนูญ กลุ่มยุติธรรมภิวัฒน์ นำโดยพลตอประทิน สันติประภพ อดีตอธิบดีกรมตำรวจ, นายประยงค์ ชัยศรี, นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์, นายชัยวัฒน์ สินสุวงศ์, พลรอชัย สุวรรณภพ, พลอปรีชา เอี่ยมสุวรรณ ซึ่งได้เดินทางมาเพื่อจะยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อขอให้วินิจฉัยว่าการต่อสู้ภาคประชาชนที่ผ่านมา ทั้งพันธมิตรฯ องค์การพิทักษ์สยาม และ กปปส ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ แต่ปรากฏว่าเอกสารยังไม่ครบ จึงจะมายื่นอีกครั้งในวันจันทร์ที่ 5 กพนี้ โดยนายประยงค์เปิดเผยว่า ทางกลุ่มต้องการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการออกมาต่อสู้เรียกร้องของภาคประชาชนนั้น กระทำภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือตำรวจและอัยการยังกระทำต่อผู้ที่ชุมนุมอย่างไม่หยุดหย่อน โดยเฉพาะกลุ่มพันธมิตรฯ ที่ขณะนี้อัยการได้ฟ้องร้อง และ กปปสเพิ่ม ทั้งที่ประชาชนต่อสู้เรียกร้องทำเพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติ และรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยแล้วว่าสิ่งที่ผู้ชุมนุมได้กระทำไปนั้น ทำไปในขอบเขตและภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญ แต่ยังถูกดำเนินคดี แสดงว่าองค์กรอื่นไม่ยอมผูกพันคำสั่งของรัฐธรรมนูญ ทั้งที่กฎหมายรัฐธรรมนูญบัญญัติเอาไว้อย่างชัดแจ้งในรัฐธรรมนูญปี 2550 มาตรา 27 และมาตรา 216 วรรคห้า ซึ่งคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญย่อมผูกพันรัฐ ผูกพันศาล ฉะนั้นตนในนามกลุ่มยุติธรรมภิวัฒน์ จึงมีความประสงค์ให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยรองรับอีกครั้งหนึ่งถึงการต่อสู้ภาคประชาชน ว่าได้กระทำการภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญคุ้มครองไว้อีกครั้ง เมื่อถามว่า จุดประสงค์ที่มาเพื่อให้เป็นผลในคดีอื่นใช่หรือไม่ นายประยงค์กล่าวว่า ใช่ รวมไปถึงคดีที่ยังไม่ดำเนินการ ที่กำลังจะถูกฟ้อง ฉะนั้นการที่อัยการยังนำคดีไปฟ้องต่อศาล แสดงว่าไม่ยอมผูกพันตามรัฐธรรมนูญ เท่ากับเป็นการละเมิดต่อศาลและประชาชน【อ่านข้อความเต็ม】
gvf | 2021-07-25 | อ่าน(312) | แสดงความคิดเห็น(106)
4หัวหน้าคสชควรทบทวน บทบาทของตนเองที่ผ่านมา ว่าได้ปฎิบัติหน้าที่ เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนหรือไม่ ควรหยุดสร้างความสับสนเปลี่ยนแปลง ทิศทางของประเทศไปมา จนหาจุดยืนไม่ได้ ควรหยุดใช้คำพูดดูหมิ่นประชาชน สร้างความแตกแยกบั่นทอนความน่าเชื่อถือประเทศ โดยเฉพาะโฆษกรัฐบาล ต้องหยุดใช้คำพูดยั่วยุ ผลักใสประชาชนให้กลายเป็นผู้กระทำผิดและชวนให้เข้าใจว่าพยายามสร้างสถานการณ์ให้เกิดความรุนแรงเพื่อสืบทอดอำนาจ【อ่านข้อความเต็ม】
9ov | 2021-07-25 | อ่าน(228) | แสดงความคิดเห็น(751)
หลังจากภาครัฐประกาศปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ทำให้ผู้ประกอบการเอกชนต้องหาแนวทางรับมือกับต้นทุนของงบจ้างพนักงานมากขึ้น โดยภาคของอุตสาหกรรมค้าปลีก มีเสียงจากสมาคมผู้ค้าปลีกไทย บอกว่า ได้รับผลกระทบมากที่สุด โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจค้าปลีกขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี)เนื่องจากต้นทุนค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจเพิ่มขึ้น และยังทำให้เกิดปัญหาขาดเงินทุนหมุนเวียน โดยประเมินคราวๆ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีอาจขาดเงินสดหมุนเวียนเพิ่มขึ้นถึง 18% ต่อปีอีกด้วย ทั้งนี้ ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นดังกล่าวอาจมีความแตกต่างกันไปตามพื้นฐานของแต่ละบริษัท โดยธุรกิจค้าปลีกขนาดใหญ่ที่สามารถจ่ายค่าจ้างแรงงานเกินอัตราขั้นต่ำที่กำหนดไว้ อาจยังไม่ได้รับผลกระทบในระยะแรก เนื่องจากสามารถบริหารต้นทุนได้ แม้ว่าค่าจ้างแรงงานจะมีการปรับเพิ่มขึ้นเฉลี่ยที่ประมาณ 2% ก็ตาม มาดูกันว่าความเปลี่ยนแปลงหลังจากปรับขึ้นค่าแรงแล้วธุรกิจค้าปลีกเป็นอย่างไร จากเดิมอัตราค่าจ้างแรงงานพื้นฐานของธุรกิจค่าปลีกเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 6-9% ต่อยอดขาย แต่ตามข้อกำหนดใหม่ทำให้ธุรกิจค้าปลีกมีค่าจ้างแรงงานเพิ่มขึ้นเฉลี่ยอีก 2% บวกกับเงินสมทบประกันสังคมที่เพิ่มขึ้น 100% และเงินกองทุนทดแทนที่เพิ่มขึ้นอีก 183% รวมอัตราการเพิ่มขึ้นถึง 1183% ซึ่งจะส่งผลให้อัตราค่าจ้างพนักงานพื้นฐานใหม่กลายเป็น 709%-1064% ต่อยอดขาย หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 168%-225% ของยอดขาย จากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นผู้ประกอบการต้องมียอดขายเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 861%-1333% เพื่อที่จะมีกำไรไปจ่ายค่าแรงขั้นต่ำที่เพิ่มขึ้น ยังไม่นับรวมถึงจำนวนพนักงานปัจจุบัน พนักงานพาร์ตไทม์ พนักงานเอาต์ซอร์ส แม่บ้าน พนักงานรักษาความปลอดภัย และพนักงานซับคอนแทรคอื่นๆ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 10%-15% ของพนักงานประจำทั้งหมด มองว่าพนักงานกลุ่มนี้ก็มีแนวโน้มที่จะทำเรื่องเจรจาขอปรับเพิ่มค่าแรงด้วยเช่นกัน ด้านผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว มีความเห็นว่า การปรับขึ้นค่าแรงอาจไม่ได้กระทบกับบริษัทมากนัก แต่ก็มีบ้างที่ไกด์มีพูดว่าต้องการเพิ่ม ต้องรอดูสักพัก ถ้ามีคนโหมกระแสเรียกร้องก็คงมีผล ส่วนพนักงานประจำไม่มีปัญหา จะมีก็แต่พวก freelance หรือกึ่ง freelance ที่ทำให้เกิดต้นทุนเพิ่มต่อธุรกิจ ส่งผลให้ของขายแพงขึ้น ถ้าตลาดรับไม่ได้ ก็ต้องกลับมาที่ดุลยภาพเดิมด้วยการตัดต้นทุนบางอย่าง ซึ่งอาจส่งผลต่อคุณภาพทัวร์ เพราะโดยทั่วไปตลาดยังหาแต่ของถูก ถ้าเพิ่มต้นทุน บางธุรกิจอาจต้องลดต้นทุนอื่น เพื่อให้ได้มาซึ่งราคาที่ขายได้ แต่บริษัทอาจทำไม่ได้ เพราะเรามีมาตรฐานค้ำคออยู่ หลักๆ ก็คงเป็นเรื่องต้นทุนคนเพิ่มขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการทำทัวร์ต้องปรับกลยุทธ์ต้นทุนใหม่ ซึ่งความจริงส่วนตัวเห็นว่า รัฐยังไม่ควรขึ้นตอนนี้ เพราะว่าตลาดยังไม่พร้อม เห็นได้จากจีดีพีที่ผ่านมา หลักๆ มาจาก Export Tourism ยังไม่ไปลงพวก Construction ที่ใช้แรงงานรายวันมากๆ เลย ทำให้เห็นว่ายังไม่มีความเติบโต ดังนั้น ผู้บริโภคก็ไม่พร้อมที่จะจ่ายแพงขึ้น ผู้ประกอบการก็ต้องบริหารต้นทุนใหม่ให้สอดคล้องกับตลาด ไปๆ มาๆ สภาพตลาดและราคามันก็กลับมาสู่ดุลยภาพ พวกค่าจ้างสูง คนว่างงานมาก คนก็ลดค่าตัวเอง แต่หากถามว่าต้นทุนการจ้างพนักงานคิดเป็นสัดส่วนเท่าไหร่ของการดำเนินธุรกิจ ก็คงขึ้นอยู่กับขนาดเล็กหรือใหญ่ไม่เท่ากัน บริษัทอาจสูงกว่าเพราะคนเยอะและแยกเป็นหลายฝ่าย ส่วนเล็กๆ ทำในครอบครัว มีคนช่วยบ้าง ก็จ้างคนน้อย แต่ทำทุกอย่างก็คงได้ เพราะสนใจแค่ขายของได้ไหม ซึ่งช่วงนี้ราคาขายต้องต่ำ เขาก็จะไปกดตรงอื่น ตามหลักที่ดีคือขึ้นค่าแรง ธุรกิจขึ้นราคาขาย ผู้บริโภคพร้อมซื้อของที่แพงขึ้น แต่ตอนนี้เศรษฐกิจยังกระจุกตัว ค่าแรงขึ้น ราคาขายขึ้นไม่ได้ มีแต่ลง ลูกค้าหาแต่ของถูกก็ลำบาก สุดท้ายมันจะไปกระทบคุณภาพ อีกอย่างแรงงานที่ค่าแรงขึ้น ไม่ใช่เพราะมี skill มากขึ้น ยังมีเท่าเดิม ผู้ประกอบการก็จะหนีจากตลาดแรงงานใช้คนน้อยลง ส่วนธุรกิจร้านอาหาร ผู้บริหารซานตาเฟ่ สเต๊ก บอกว่า ค่าแรงพนักงานคิดเป็น 23% ของการดำเนินธุรกิจ วัตถุดิบ 40% ค่าเช่าพื้นที่กว่า 20% และอื่นๆ อีก 5% เมื่อมีการปรับขึ้นค่าแรงก็ต้องปรับแผนธุรกิจให้สอดคล้อง โดยปกติมีพนักงานรวมกันทั้งของบริษัทและแฟรนไชส์ประมาณ 3,000 คน ค่าใช้จ่าย 20 ล้านบาทต่อเดือน การปรับขึ้นค่าแรงมีผลกระทบต่อต้นทุนเพิ่มขึ้นอีก 5% หรือคิดเป็น 1 ล้านบาทต่อเดือนที่ต้องจ่ายเพิ่ม ธุรกิจร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น ผู้บริหารมองว่า เอสเอ็มอีจะสามารถปรับตัวได้ในเรื่องต้นทุนค่าแรงที่เพิ่มขึ้น เพราะเท่าที่ได้สัมผัสส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมครอบครัว และมีระบบเครือข่าย ซื้อวัตถุดิบจากเกษตรกรหรือมีแหล่งวัตถุดิบโดยตรง จึงคาดว่าผลกระทบต่อเอสเอ็มอีไม่มากนัก ขณะเดียวกันภาครัฐก็มีมาตรการลดหย่อนภาษีช่วยเหลือเอสเอ็มอี เพื่อไม่ต้องแบกรับต้นทุนที่สูงเกินไป【อ่านข้อความเต็ม】
yuf | 2021-07-24 | อ่าน(654) | แสดงความคิดเห็น(951)
อย่างไรก็ตามตนไม่ได้ติดใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่อยากจะวิงวอนไปยังกลุ่มผู้ที่ใช้อาวุธปืนว่าถ้าหลีกเลี่ยงได้ก็อย่ายิงเลย เพราะครั้งหน้าครั้งหลังกระสุนที่ตกลงมาอาจจะทำให้มีผู้เสียชีวิตได้ อาจจะไม่โชคดีเหมือนกับตนเองที่ไม่ให้รับอันตรายกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อยากวิงวอนไปยังเจ้าหน้าที่ของบ้านเมืองให้ช่วยกวดขันการใช้อาวุธให้มากกว่านี้【อ่านข้อความเต็ม】
ff8 | 2021-07-24 | อ่าน(147) | แสดงความคิดเห็น(379)
คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช) ได้เข้ามาบริหารประเทศเป็นระยะเวลา 3ปี 8 เดือน ได้สร้างปัญหาความทุกข์ยาก ให้กับพี่น้องประชาชน ปิดกั้น ไม่ยอมรับฟังความคิดเห็นและมีนโยบาย ที่ซ้ำเติมความทุกข์ยาก ให้ทวีเข้มข้น รุนแรงยิ่งขึ้น เมื่อประชาชนและนักวิชาการร่วมกันจัดกิจกรรมเดินเพื่อบอกถึงปัญหา เพื่อให้กำลังใจพี่น้องคนในชาติ ที่กำลังเผชิญชะตากรรมเดียวกันโดยสงบสันติปราศจาก อาวุธ อีกทั้งยังไม่ได้กีดขวางการจราจร หรือสร้างความเดือดร้อนวุ่นวายใดๆ【อ่านข้อความเต็ม】
jfi | 2021-07-23 | อ่าน(62) | แสดงความคิดเห็น(314)
ว่าด้วยผิวสวยใสปิ๊งแล้ว ต้องยกให้กับยุทธศาสตร์การตลาดขายเครื่องสำอางของแดนกิมจิ ซึ่งสามารถกวาดเงินในกระเป๋าจากสาวทั่วโลก โดยเฉพาะวัยรุ่นบ้านเรานี่แหละ ที่ใฝ่ฝันมากมายอยากจะมีผิวหน้าสไตล์ K-Beauty 【อ่านข้อความเต็ม】
jxx | 2021-07-23 | อ่าน(530) | แสดงความคิดเห็น(125)
สำนักงานอัยการสหรัฐและคณะกรรมการกำกับตลาดหลักทรัพย์ สั่งสอบเรื่องที่แอปเปิลทำให้โทรศัพท์ไอโฟนรุ่นเก่าทำงานช้าลง【อ่านข้อความเต็ม】
5 หน้า

ลิงค์ที่เป็นมิตรเวลาปัจจุบัน:2021-07-26

เล่น เกม joker ผ่าน เว็บ1️⃣LOOK618| slot online ฟรี เครดิต 20201️⃣M98| mafia500 เข้า สู่ ระบบ1️⃣LOOK618| 918kiss all game 1️⃣2021| pg slot ลอง เล่น1️⃣M98| slotxo เครดิต ฟรี 50 ล่าสุด1️⃣LOOK618| ฝาก 300 รับ 600 ถอน ไม่ อั้น1️⃣M98| สล็อต 168xo1️⃣M98| joker ฝาก 1 บาท ได้ 100 วอ ล เล็ ต1️⃣M98| https mgm99win net1️⃣M98| เกม พนัน ออนไลน์ สล็อต1️⃣M98| imifast281️⃣M98| club388 เครดิต ฟรี1️⃣M98| 918kiss เครดิต ฟรี 100 ไม่ ต้อง ฝาก1️⃣LOOK618| empire777 login1️⃣LOOK618| ufa20 รับ 1001️⃣LOOK618| https jokerxo24th1️⃣M98| บา คา ร่า ใช้ วอ ล เล็ ท1️⃣M98| บา ค่า ร่า โบนัส 1001️⃣M98| สล็อต ออนไลน์ มือ ถือ 8881️⃣M98| เครดิต ฟรี ไม่ ต้อง ฝาก 20201️⃣M98| เครดิต ฟรี ยืนยัน otp1️⃣M98| ipro911 คา สิ โน1️⃣LOOK618| heng888 เครดิต ฟรี1️⃣M98| โหลด เกม ค่า สิ โน ออนไลน์1️⃣M98| สล็อต ฟรี ทดลอง เล่น1️⃣M98| โปร 100 เทิ ร์ น 2 เท่า1️⃣LOOK618| sky slot881️⃣LOOK618| วิธี เล่น บา คา ร่า pantip 1️⃣2021| โจ๊ก เกอร์ 123 สล็อต 1️⃣2021| slot ฟรี1️⃣LOOK618| ฝาก ไม่มี ขั้น ต่ํา สล็อต1️⃣M98| เกม ไพ่ ได้ เงิน1️⃣LOOK618| g2win สล็อต1️⃣M98| สมัคร สล็อต ฝาก 99 รับ 300 1️⃣2021| ตี ตุ่น เครดิต ฟรี 1️⃣2021| เกม ชิป แลก เงิน จริง1️⃣LOOK618| เครดิต ฟรี สล็อต ไม่ ต้อง ฝาก1️⃣LOOK618| mafia slot 021️⃣LOOK618| sagame1688 คา สิ โน ออนไลน์1️⃣LOOK618| สล็อต ท รู วอ ล เล็ ต ไม่มี ขั้น ต่ํา1️⃣LOOK618| สมัคร สล็อต ยืนยัน รับ เครดิต ฟรี1️⃣M98| ดาวน์โหลด slotxo apk 1️⃣2021| pg วอ ล เล็ ต 1️⃣2021| สมัคร บา คา ร่า ขั้น ต่ำ 20 1️⃣2021| 8899club1️⃣M98| สมัคร บา คารา ขั้น ต่ํา 501️⃣M98| มาเฟีย 6661️⃣LOOK618| gts168 1️⃣2021| สล็อต jdb แจก เครดิต ฟรี 2019 1️⃣2021| gts168 1️⃣2021| g2win สมัคร1️⃣LOOK618| เวฟ joker 1️⃣2021| บา คา ร่า 168881️⃣LOOK618| สล็อต ได้ เครดิต ฟรี1️⃣M98| sexy game16881️⃣LOOK618| slot pay691️⃣M98| บา คา ร่า บิ กิ นี่1️⃣LOOK618| สมัคร เว็บ ts911969 1️⃣2021| โปร โม ชั่ น ฝาก 10 บาท ได้ 1001️⃣LOOK618| สล็อต joker168 1️⃣2021| สล็อต xo 1911️⃣M98| เกม รอยัล ค่า สิ โน1️⃣LOOK618| slot999ss1️⃣LOOK618| empire777 login1️⃣LOOK618| ค่าย เกม สล็อต ที่ ดี ที่สุด1️⃣M98| บา คา ร่า คือ1️⃣LOOK618| คา สิ โน ออนไลน์ โอน ผ่าน วอ เลท1️⃣LOOK618| hibet891️⃣M98| ฝาก 1 บาท รับ 30 วอ เลท ล่าสุด1️⃣LOOK618| บา คา ร่า 77up1️⃣LOOK618| ฝาก 9 บาท 1️⃣2021| slotxo ดาวน์โหลด ios 1️⃣2021| fin88 สมัคร1️⃣M98| สล็อต แจก เครดิต ฟรี ไม่ ต้อง ฝาก 25621️⃣LOOK618| joker ฝาก ผ่าน วอ ล เล็ ต1️⃣LOOK618| 918kiss auto เครดิต ฟรี1️⃣LOOK618| เข้า เกม สล็อต1️⃣M98| v9 slot joker1️⃣LOOK618| เข้า เล่น sa gaming1️⃣M98| เกม ไพ่ สล็อต1️⃣LOOK618| ยิง ปลา ฟรี เครดิต ไม่ ต้อง ฝาก ก่อน1️⃣LOOK618| สล็อต ฟรี เครดิต 20211️⃣LOOK618| richgame888 1️⃣2021| mega888 โบนัส 1001️⃣M98| ค่าย สล็อต pg1️⃣LOOK618| ฟรี เครดิต 150 1️⃣2021| sand357 pro 1️⃣2021| โจ๊ก เกอร์ 123 ทดลอง เล่น1️⃣M98| slot joker หน้า เว็บ1️⃣LOOK618| เว็บ ทดลอง เล่น สล็อต1️⃣LOOK618| slotfever1681️⃣LOOK618| ฝาก 50 ถอน ไม่ จํา กัด1️⃣M98| สล็อต พุซซี่ 8881️⃣M98|